ทำความรู้จักสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน APA

Foreign psychologist

‘สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน APA’ คือ องค์กรทางจิตวิทยาขนาดใหญ่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา มีสมาชิก 117,500 คนรวมถึงนักวิทยาศาสตร์ , นักการแพทย์ , ที่ปรึกษา , นักศึกษา APA มีงบประมาณประจำปีประมาณ 115 ล้านเหรียญ มี 54 หน่วยงานของกลุ่มผลประโยชน์อันแตกต่างกัน

APA มีหน่วยงานออกแถลงการณ์นโยบายเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ อันมีความสำคัญทางสังคมรวมถึงการทำแท้งสิทธิมนุษยชน, ความเป็นอยู่ของผู้ถูกคุมขัง , ค้ามนุษย์ , สิทธิในการป่วยเป็นโรคจิต , การทดสอบ IQ , ความพยายามปรับเปลี่ยนทิศทางเพศรวมทั้งความเท่าเทียมทางเพศ APA ก่อตั้งขึ้นในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1892 ณ Clark University โดยคนกลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ 30 คน ต่อมาในปี1916 มีสมาชิกเข้าร่วมเพิ่มมากขึ้นกว่า 300 คน ประธานคนแรกคือ G. Stanley Hall ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 APA เข้ารวมเข้ากับองค์กรทางจิตวิทยาอื่น ๆ ส่งผลให้เกิดโครงสร้างใหม่ๆตามมามากมาย

คณะกำกับดูแลกิจการ

APA เป็นบริษัท ซึ่งได้รับการว่าจ้างจากเขตโคลัมเบีย โดยข้อบังคับของ APA อธิบายส่วนประกอบของโครงสร้างที่ใช้เป็นระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ เพื่อให้แน่ใจว่าเกิดกระบวนการทางประชาธิปไตย สำหรับหน่วยงานในองค์กรประกอบด้วย

  • ประธาน APA ต้องได้รับเลือกโดยสมาชิก ประธานสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมการบริษัท ในระหว่างดำรงตำแหน่งประธานต้องทำหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับดังกล่าว
  • คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการจำต้องประกอบด้วยสมาชิก 6 คนใหญ่ ประธานมาจากการเลือกตั้ง , เหรัญญิก , เลขานุการ , ผู้บันทึกผลดำเนินงาน , CEO และประธานสมาคมจิตวิทยาอเมริกันของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา , คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการของสมาคมพร้อมนำเสนองบประมาณประจำปีสำหรับอนุมัติจากสภา
  • สภาผู้แทนราษฎร APA สภามีอำนาจเพียงอย่างเดียวในการกำหนดนโยบายและตัดสินใจเกี่ยวกับรายได้ต่อปีของ APA ประมาณ 60 ล้านเหรียญ ประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากสมาคมจิตวิทยาแห่งรัฐ / จังหวัด / เขตปกครอง APA และคณะกรรมการ APA

โครงสร้างของคณะกรรมการ APA

คณะกรรมการ และสมาชิก มีหน้าที่บริหารดำเนินงานของ APA บนพื้นฐานที่ขอความร่วมมือ จากอาสาสมัครเป็นจำนวนมาก พวกเขาดำเนินงานหลากหลายตามจุดประสงค์ของพวกเขา บางคนมีหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบโครงการสำคัญ ๆ เช่น Directorates ,วารสารและกิจการต่างประเทศ

โครงการกำกับดูแลที่ดี

โครงการธรรมาภิบาล ได้เริ่มต้นขึ้นในเดือนมกราคม 2011 โดยมันเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ “ปฏิบัติตามกระบวนการและโครงสร้างบริหารของ APA เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับสิ่งจำเป็นในการเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและมีความซับซ้อนมากขึ้น” สำหรับการเรียนรู้เกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาลที่ดีที่สุด คือการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ก็แนะนำให้เปลี่ยนแปลงตามข้อมูลและสร้างแผนการดำเนินงาน อันมีประสิทธิภาพ

องค์กรในเครือ ได้แก่

สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APAPO) กับ Education Advocacy Trust ซึ่งดำเนินงานโดยอิสระในฐานะส่วนหนึ่งของ APAPO เป็นหน่วยงาน 501 แยกออกจาก APA พวกเขามีส่วนร่วมสนับสนุนในนามของผู้ปฏิบัติงานด้านจิตวิทยาและผู้บริโภคด้านดูแลสุขภาพและศึกษาด้านจิตวิทยาตามลำดับ

ทำความรู้จักสมาคมจิตวิทยาคลินิกไทย

เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ที่ สนง. ข้าราชการพลเรือน บัญญัติให้มีนักจิตวิทยาเกิดขึ้นในประเทศไทยในปี พ.ศ.2506 มาจนกระทั่งปัจจุบัน ทำให้จิตวิทยาคลินิกมีการเจริญเติบโตขึ้นตามกาลเวลา โดยมีอาจารย์สมทรง สุวรรณเลิศ ที่เป็นนักจิตวิทยาคนแรก ท่านได้วางความเป็นไปของศาสตร์จิตวิทยาคลินิก โดยเป็นทั้งแม่แบบ รวมทั้งผู้หล่อหลอมให้วิชานักจิตวิทยาคลินิกพัฒนากลายมาเป็นวิชาชีพอย่างแท้จริง จากสำนึกบวกกับความเคร่งครัดในจรรยาบรรณ คำทำให้ปัจจัยในการดำเนินงานเหล่านี้ถ่ายทอดกันมาจนปัจจุบัน

ในปี พ.ศ.2512 มีการก่อตั้งกลุ่มนักจิตวิทยาคลินิกขึ้นอย่างเป็นทางการ ผ่านการดูแลของ อาจารย์สมทรง สุวรรณเลิศ เป็นประธานที่ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมาทุกปี ได้แก่ การประชุมวิชาการประจำปี ปีล่ะ 7 ครั้ง และดำเนินงานจัดทำวารสารชมรมนักจิตวิทยาคลินิก โดยมีกำหนดออก ปีละ 3 ฉบับ ฉบับแรกถือกำเนิด เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2513 สำหรับการออกวารสารชมรมนี้ มีจุดมุ่งหมายอันแรงกล้า คือ ต้องการเผยแพร่ความรู้ทางจิตวิทยาคลินิก , โรคจิตเวช รวมทั้งศาสตร์ใกล้เคียงอื่นๆ นอกจากนี้ยังการรายงานข่าวความเคลื่อนไหวใหม่ๆ ที่สำคัญในวงการจิตวิทยาคลินิก โดยมีบทความอันอัดแน่นไปด้วยความรู้ใหม่ๆ ทางจิตวิทยาคลินิกและสุขภาพจิตอันเป็นประโยชน์แก่ชุมชน , สังคม , มนุษย์ ลงตีพิมพ์ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงาน ตลอดจนองค์กรอื่นๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนชื่อวารสารใหม่ กลายมาเป็นวารสารจิตวิทยาคลินิก มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้มีการพัฒนาให้เกิดความสอดคล้องกับการพัฒนาทางสังคม โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดทำวารสารสมาคมฯ ได้แก่…

  • เพิ่มความรู้ประสบการณ์ให้แก่ผู้อ่าน ทั้งนักจิตวิทยาเอง ตลอดจนประชาชนทั่วไป
  • ส่งเสริมพร้อมดูแลคุณภาพงานจิตวิทยาคลินิก รวมทั้งมอบความรู้ทางจิตวิทยา ให้แก่สมาชิกทั้งงานปฏิบัติและวิชาการ
  • เพื่อช่วยกันผลิตผลงานการวิจัยใหม่ๆด้านจิตวิทยาคลินิกให้เท่าทันโลก พร้อมมอบข่าวสารทางสุขภาพจิตให้เป็นประโยชน์ต่อชุมชน
  • เผยแพร่ความรู้อันเป็นประโยชน์ทางสุขภาพจิตแก่ประชาชน
  • ขอความร่วมมือกับสมาคมตลอดจนสถาบันอื่นๆ ที่มีวัตถุประสงค์อันคล้ายคลึงกันทั้งในประเทศกับต่างประเทศ
  • ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองใดๆทั้งสิ้น

โดยวิชาชีพจิตวิทยาคลินิก มีลักษณะทำงาน ตลอดจนมีแนวปฏิบัติ ที่แตกต่างจากวิชาชีพจิตวิทยาสาขาอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางด้านตรวจวินิจฉัย และเพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งความตระหนักในบทบาทวิชาชีพ ในปีเดียวกันนั้นเอง ทางสมาคมฯ จึงได้ประกาศจรรยาบรรณของนักจิตวิทยาคลินิก รวมทั้งจัดพิมพ์ผลงาน เผยแพร่ให้แก่สมาชิกสมาคม ในปี พ.ศ. 2526 ต่อมาในปี พ.ศ. 2534 สมาคมนักจิตวิทยาคลินิก ได้ดำเนินบทบาทหน้าที่ พร้อมจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานให้มีความชัดเจน ทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยกองสุขภาพจิตกรมการแพทย์ของประเทศไทยในขณะนั้น จนกระทั่งมีการปรับปรุงผลงานหลายครั้งหลายสมัย ต่อเนื่องกันมาเป็นระยะเวลานาน เพื่อให้เกิดเป็นมาตรฐานสากล อีกทั้งยังเป็นหลักประกันคุณภาพ ในการให้บริการของนักจิตวิทยาคลินิก

ตามรอยประวัติสมาคมจิตวิทยาแห่งประเทศไทย

Professor Dr. Mom Luang Tui Chum

‘จิตวิทยา’ คือ ศาสตร์ซึ่งเกิดขึ้นในโลกตะวันตก เริ่มต้นจากยุโรปแล้วค่อยมีการพัฒนา วิวัฒนาการอย่างกว้างขวางในประเทศอเมริกา โดยเริ่มความเป็นไปเมื่อ 2,000 มาแล้ว

จากแนวคิดอันควบรวมเข้ากับการแสวงหาคำตอบ ในแนวปรัชญาของนักปราชญ์ชาวกรีกโบราณ อันมีความผูกพันธ์อย่างลึกซึ่งเกี่ยวกับเรื่องของ ‘จิตใจ’ อันเป็นที่มาของ คําว่า Psyche + logos กลายมาเป็นการศึกษาเรื่องจิตวิญญาณ ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 19  ศาสตร์ทางด้านจิตวิทยาได้พัฒนากลายมาเป็น การศึกษาของวิทยาศาสตร์ ศึกษาเพื่ออธิบาย , ทำนาย ปรังปรุง แก้ไข ตลอดจนควบคุมพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งมีความแตกต่างจากแนวคิดปรัชญา ในสมัยโบราณ ซึ่งมีการเสาะหาพร้อมให้ข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อค้นหาคำตอบ

จิตวิทยาตะวันตกได้เกิดการพัฒนาการกลายเป็นศาสตร์และวิชาชีพ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในกิจรรมทุกแง่มุมของชีวิตมนุษย์ ทั้งขั้นตอนดำเนินชีวิต , การศึกษา , ภาคธุรกิจอุตสาหกรรม , การเมืองการปกครอง ตลอดจนนำไปสู่การพัฒนาสังคมในรูปแบบอันหลากหลาย วิชาจิตวิทยา ได้มีการบันทึกและรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบ ทำให้มนุษย์ในยุคต่อๆ มาเข้าถึง พร้อมตระหนักถึงคุณค่าการใช้ประโยชน์จากวิชาได้อย่างต่อเนื่อง

สมาคมจิตวิทยาแห่งประเทศไทย

ก่อตั้งวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2504 นายกสมาคมคนแรก คือ ศาสตราจารย์ ดร.หม่อมหลวงตุ้ย ชุมสาย ท่านคืออาจารย์จิตวิทยาผู้มีชื่อเสียงที่สุดในยุคนั้น ท่านดำรงตำแหน่งนี้ตั้งแต่ พ.ศ.2504-2506 ต่อมาศาสตราจารย์ นายแพทย์ประสพ รัตนากร แพทย์เฉพาะทางประสาทวิทยาและจิตวิทยา ได้รับไม้ต่อเป็นนายกสมาคมฯคนที่ 2 มาเป็นระยะเวลายาวนานเริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2507 –  2531 ดำเนินมาถึงรองศาสตราจารย์ ดร. ประสาร มาลากุล ณ อยุธยา โดยในช่วงนี้ ทางสมาคมจำเป็นต้องมีการดำเนินการขอจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมใหม่ เพราะตาม ระเบียบในขณะนั้นกระทรวงวัฒนธรรมมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลอยู่ หากแต่สถานภาพของสมาคมได้สิ้นสุดลงไปแล้ว จึงทำให้นายกสมาคมคนที่ 3 ดำเนินการจดทะเบียนเพื่อสร้างสมาคมที่ถูกต้อง ขั้นตอนจัดตั้งสมาคมสำเร็จเรียบร้อย ในวันที่ 9 เมษายน พ.ศ.2536 จึงค่อยลงมือจัดการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ คนที่ 4 โดย คือ ศาสตราจารย์ ดร.ดวงเดือน พันธุมนาวิน ท่านดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 – 2558 เป็นเวลานานถึง 22 ปี จนกระทั่งได้อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร , มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อมาในช่วง 8 ปีให้หลัง คือ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ ราชวิทยาลัย บริหารงานอย่างต่อเนื่องกันด้วยดีมาตลอด โดยทางสมาคมได้มีการพัฒนาให้สอดคล้องกับสังคม โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดทำวารสารสมาคม ฯ เผยแพร่ไปยังประชาชน คือ

  • เพื่อเพิ่มความรู้ให้แก่ผู้อ่าน
  • ส่งเสริมดูแลคุณภาพงานจิตวิทยาคลินิกและจิตวิทยา
  • ร่วมมือร่วมใจกันผลิตผลงานวิจัยทางด้านจิตวิทยาคลินิก พร้อมดูแลสุขภาพจิตให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน
  • เผยแพร่ความรู้จิตวิทยาคลินิกอันดีงามแก่ประชาชน
  • ร่วมมือกับสมาคมและสถาบันอื่น ๆ ที่มีวัตถุประสงค์เดียวกันกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองใดๆ

เงินเดือนนักจิตวิทยาต่างประเทศสูงมากแค่ไหน

Foreign psychologist

นักจิตวิทยา คือ ผู้วิจัย , ศึกษากระบวนทำงานของจิตใจตลอดจนพฤติกรรมของมนุษย์ มีหน้าที่วินิจฉัยพร้อมให้การบำบัดรักษาเพื่อให้มนุษย์ผู้นั้นสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างเป็นสุข

หน้าที่ของนักจิตวิทยา

  • วินิจฉัยทางจิตวิทยา ด้วยการใช้เครื่องมือทดสอบอันเป็นมาตรฐาน ผสมผสานไปกับการสังเกตพฤติกรรม , สัมภาษณ์ , วิเคราะห์ และสุดท้าย คือ แปลผลการทดสอบออกมา
  • บำบัดรักษาทางจิตวิทยา เป็นวิธีบำบัดรักษาแบบไม่ต้องใช้ยา โดยมีความแตกต่างจากจิตแพทย์ ซึ่งเขาสามารถบำบัดรักษาด้วยการจ่ายยาได้
  • ศึกษา , ค้นคว้า , วิจัย ทางจิตวิทยาในสาขาต่างๆ
  • ปฏิบัติงานส่งเสริมสุขภาพจิตชุมชน ตลอดจนป้องกันโรคทางจิตวิทยา ผ่านรูปแบบการสอน , ฝึกอบรม เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนเกิดแรงจูงใจ รวมทั้งมีความสนใจ ต้องการเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับศาสตร์จิตวิทยา เพื่อปรับปรุงตนเองให้มีสุขภาพจิตดีขึ้น จนกระทั่งรอดพ้นจากภาวะเสี่ยงอันอาจเกิดปัญหาสุขภาพจิตตามมาได้

คุณสมบัติของนักจิตวิทยา

  • จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะสังคมศาสตร์, มนุษยศาสตร์ สาขาจิตวิทยา
  • มีความเมตตาต่อผู้ป่วย
  • มีคุณธรรม , จริยธรรม , อดทนอดกลั้น
  • สุขภาพร่างกายแข็งแรง สามารถเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย
  • วิเคราะห์ปัญหาได้ดีตามความเป็นจริง ต้องสามารถเก็บความลับของผู้ป่วยไว้ได้
  • สนใจพฤติกรรมของมนุษย์ , สังคม ตลอดจนสิ่งแวดล้อมรอบตัว
  • พยายามไขว่คว้าหาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ
  • เป็นคนมีเหตุผล ควบคุมอารมณ์ของตนเองได้อย่างหนักแน่น
  • ตัดสินใจได้อย่างเฉียบคม

อาชีพนักจิตวิทยาในประเทศไทยอาจไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก แต่ ณ ปัจจุบันนี้สังคมเริ่มมีการตื่นตัวเรื่องปัญหาทางจิตใจมากขึ้น และเขาต้องการที่จะหาคนช่วยแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเงินเดือนเฉลี่ยของโรงพยาบาลรัฐทั่วไป 9,000 – 15,000 บาท แต่ถ้าเป็นโรงพยาบาลเอกชน จะเริ่มต้นที่ 15,000 – 16,000 พร้อมบวกค่าอื่นๆ เข้าไปเงินเดือนก็จะอยู่ที่ 20,000 UP แต่สำหรับ รพ.เอกชนบางแห่ง ได้ 6000-7000 บาท ต่อระยะเวลา 3 ชั่วโมงที่คุยกับคนไข้ แต่คุณอยากทราบไหมว่าเงินเดือนของนักจิตวิทยาในต่างประเทศสูงแค่ไหนกัน

นักอาชีวบำบัด

สำหรับคนไทยอาจไม่ค่อยคุ้นหูกับชื่ออาชีพนี้กันสักเทาไหร่ แต่สำหรับในต่างประเทศ อาชีพนี้มีความคล้ายคลึง กับนักจิตวิทยาสาขาหนึ่ง โดยมีหน้าที่บำบัดผู้ป่วย ซึ่งมีพัฒนาค่อนข้างช้า จนเกิดปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกิจกรรมทั่วไป เช่น ทำงานบ้าน , การประกอบอาชีพ เป็นต้น โดยมีจุดประสงค์ คือ ช่วยเขาฟื้นฟูทักษะการใช้ชีวิตประจำวันให้เหมือนคนปกติ โดยค่าตอบแทนอยู่ที่เดือนละ 287,000 บาท

จิตแพทย์

ผู้ให้คำปรึกษาปัญหาชีวิตทุกรูปแบบ ตามแต่ปัญหาคนไข้แต่ล่ะคน ซึ่งช่วยรักษาปัญหาทางจิต รวมทั้งความบกพร่องทางความคิดของคนไข้ ภายใต้วิธีจิตวิทยา ปกติแล้วที่ต่างประเทศจะคิดค่ารักษาเป็นรายชั่วโมง คำนวณแล้วตกอยู่ที่ชั่วโมงละ 86.03 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,786 บาท คิดเป็นเดือนอย่างคร่าวๆ คือเดือนล่ะ 668,000 บาท

การประกอบอาชีพนักจิตวิทยาต้องเรียนอะไร

What occupation

‘คณะจิตวิทยา’ ศึกษาจิตใจของมนุษย์ , กระบวนทำงานของจิต , กระบวนความคิด รวมทั้งศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเนื้อหาในคณะนี้ที่คุณจะได้ศึกษา เช่น กระบวนการรับข้อมูลของมนุษย์ , อารมณ์ , พฤติกรรม ตลอดจนรูปแบบความสัมพันธ์ อีกทั้งผู้เรียนคณะจิตวิทยายังต้องสามารถผสมผสานความรู้ให้เข้ากับกิจกรรมในด้านต่างๆได้ เช่น ครอบครัว , ระบบการศึกษา , การจ้างงาน เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องใช้ความรู้ทางจิตวิทยาเพื่อรักษาปัญหาสุขภาพจิตได้ เพราะนั้นสำหรับผู้ที่สนใจเรียนคณะนี้ ต้องเป็นคนที่ชอบ มีความสนใจเกี่ยวกับจิตใจของมนุษย์ , ชอบพูดคุย แลกเปลี่ยนทัศนคติอย่างหลากหลาย

นักจิตวิทยาสามารถแบ่งประเภทตามการศึกษา ได้ดังนี้ 

  • จิตวิทยาการศึกษา นำหลักการทางจิตวิทยามาใช้ ศึกษาพร้อมค้นหาปัญหาทางการศึกษา แล้วดำเนินการแก้ไข สร้างหลักการทางจิตวิทยาที่มีระบบอันเป็นวิธีการของตนเอง จัดเป็นศาสตร์ด้านหนึ่งของพฤติกรรมศาสตร์
  • วิทยาพัฒนาการ ศึกษาความสามารถของมนุษย์ ตั้งแต่เกิดจนตาย อย่างมีกระบวนการอันเป็นลำดับขั้นตอนว่า มีกระบวนการพัฒนาของแต่ละช่วงวัยอย่างไร และดูแลเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างหน้าที่ต่างๆ ของจิตใจ
  • จิตวิทยาสังคม ศึกษา-เรียนรู้พฤติกรรมของมนุษย์ในสังคม รวมถึงการปฏิสัมพันธ์ทั้งหมด เช่น ศึกษาการรับรู้ , ตอบสนอง ระหว่างบุคคล ตลอดจนอิทธิพลของบุคคลคนหนึ่งที่มีต่อผู้อื่น เป็นต้น
  • จิตวิทยาการปรึกษา ช่วยให้มนุษย์รู้จักรวมทั้งมีความเข้าใจในตัวเองอย่างลึกซึ้งทุกแง่มุม ช่วยทำให้ผู้คนรู้จักโลกและสิ่งแวดล้อมรองข้างของตนเอง เพื่อนำไปพัฒนาศักยภาพให้สูงขึ้น รู้จักเลือกและตัดสินใจอย่างชาญฉลาดเพื่อแก้ปัญหา พร้อมปรับตัวอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข
  • จิตวิทยาอุตสาหกรรม นำความรู้มาใช้คัดเลือกบุคคล , พัฒนา , บริหาร , สร้างแรงจูงใจให้แก่ลูกจ้าง , วิจัยตลาด , วิจัยความสัมพันธ์ของมนุษย์ เพื่อตอบสนองต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ
  • จิตวิทยาคลินิค ศึกษาปัญหาทางด้านจิตใจของมนุษย์ โดยต้องพยายามค้นหาสาเหตุว่า แท้จริงแล้วการที่มนุษย์ที่มีพฤติกรรมเช่นนั้น หรือมีความผิดปกติทางจิตใจ มีสาเหตุมาจากอะไร จะได้แก้ไขปัญหาได้อย่างถูกจุด โดยนักจิตวิทยาคลินิกต้องใช้หลักการรวมทั้งความรู้ทางจิตวิทยามาวิเคราะห์ พร้อมบำบัดรักษาผู้ที่มีปัญหาทางด้านอารมณ์หรือพฤติกรรม เช่น โรคประสาท , โรคซึมเศร้า , ติดยาเสพติด , ความผิดปกติทางเชาวน์ปัญญา เป็นต้น เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ไปได้อย่างมีความสุข

สภาพการทำงาน                                                      

ตามปกติแล้ว จะต้องปฏิบัติงานในห้องเหมือนกับแพทย์ทั่วไป นอกจากนี้ยังต้องมีการออกไปเยี่ยมคนไข้ โดยต้องยอมรับให้ได้ว่าการปฏิบัติหน้าที่บางครั้งอาจมีความโอกาสเสี่ยงที่จะถูกคนไข้ทำร้าย มักมีอารมณ์ไม่ปกติได้ง่าย  เพราะฉะนั้นห้องทำงานจึงต้องมีความปลอดภัย ต้องมีผู้ช่วยดูแลความปลอดภัยให้แก่นักจิตวิทยาด้วย อีกทั้งยังต้องปฏิบัติงานร่วมกับ นักจิตเวช , นักสังคมสงเคราะห์จิตเวช และพยาบาลจิตเวช

เหตุผลที่นักศึกษาเลือกเรียนจิตวิทยา มศว คืออะไร

Student

หากจะพูดถึงสาขายอดฮิตที่กำลังเป็นที่นิยมของน้องๆมัธยมปลายที่กำลังมองหาที่เรียนต่อเพื่อเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ก็คงจะมองข้ามสาขาอย่างจิตวิทยาไปไม่ได้เลย หลายคนคงกำลังสงสัยอยู่เลยว่าสาขานี้เขาเรียนกันเกี่ยวกับอะไร จบแล้วทำงานอะไร จะเลือกเรียนที่ไหนดี วันนี้เราก็เตรียมคำตอบที่ทุกคนอยากรู้มาพร้อมให้ทุกท่านได้ศึกษากันแล้ว
สาขาจิตวิทยาอยู่ในคณะมนุษย์ศาสตร์นั่นเอง ได้ยินชื่อว่าจิตวิทยาครั้งแรกหลายคนคงคิดว่าเรียนสะกดจิต เรียนเวทย์มนต์หรือเปล่า ซึ่งหากคุณกำลังคิดแบบนี้แสดงว่าคุณกำลังคิดผิด เพราะที่จริงแล้วสาขาจิตวิทยานั้นเนื้อหาส่วนใหญ่จะเน้นไปทางศึกษาพฤติกรรมผู้คนและการเข้าใจคนจากท่าทางและอารมณ์มากกว่า ซึ่งสถานที่ที่เปิดสอนจิตวิทยาก็มีมากมายแต่ที่เรียนที่น้องๆมัธยมปลายที่มีใจรักอยากจะเรียนจิตวิทยาทั้งหลายก็คงจะใฝ่ฝันอยากจะเรียนที่ มศว หรือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ด้วยความเก่าแก่ของหลักสูตรที่ถูกพัฒนาขึ้นเป็นที่แรกๆและหลักสูตรก็ยังคงปรับให้ทันสมัยอยู่เสมอ ในปีพ.ศ. 2519 มศวได้ทำการเปิดสอนในหลักสูตรปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาจิตวิทยาขึ้นจนมีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรเรื่อยมาจนกลายมาเป็นหลักสูตรปริญญาตรี คณะมนุษย์ศาสตร์ สาขาจิตวิทยาในปัจจุบัน โดยในหลักสูตรนี้ก็จะ

ต้องเรียนทั้งหมด 4 ปี ดังนี้

– ชั้นปีที่ 1 ก็จะเน้นไปทางเรื่องจิตวิทยาพื้นฐานและการสังเกตอารมณ์และแรงจูงใจเป็นส่วนใหญ่
– ชั้นปีที่ 2 ก็จะเรียนเนื้อหาเจาะลึกจากปีที่ 1 มากยิ่งขึ้น จะเริ่มมีกระบวนการคิด สัมผัส รับรู้ทางจิตวิทยาเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น
– ชั้นปีที่ 3 มีรายวิชาประยุกต์ และ การใช้จิตวิทยาในองค์กรเพื่อปูพื้นให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการนำความรู้ไปต่อยอดในชีวิตจริง
– ชั้นปีที่ 4 ผู้เรียนจะต้องมีการทำงานวิจัยเกี่ยวกับจิตวิทยา และเริ่มลงพื้นที่ฝึกงงานจริง
จากด้านบนเราก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย 4 ปีมาบ้างแล้ว มาถึงตอนนี้หลายคนก็คงเริ่มสงสัยแล้วว่า เมื่อจบไปแล้วสาขาจิตวิทยานี้จะทำงานแบบไหนเกี่ยวกับอะไร ซึ่งวันนี้เราจะมาบอกกันว่าจบมาแล้วก็จะทำงานเป็นนักจิตวิทยา นักวิชางาน ที่ประกอบอาชีพอยู่ที่มูลนิธิ โรงพยาบาล หรือศูนย์ที่ให้คำปรึกษาต่างๆ ไปจนถึงการเป็นที่ปรึกษา ฝ่ายบริการลูกค้า หรือฝ่ายบุคคลให้กับบริษัทขนาดใหญ่ แต่ถ้าหากเราเกิดไม่อยากทำงานให้กับองค์กรต่างๆ เกิดอยากประกอบธุรกิจส่วนตัวก็สามารถนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ได้ เช่น การเปิดธุรกิจโรงเรียนสอนเด็กเล็ก การประกอบธุรกิจส่วนตัวอื่นๆ เป็นต้น ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลเกี่ยวสาขาจิตวิทยาที่หลายคนอยากรู้ หวังว่าข้อมูลวันนี้จะเป็นประโยชน์ในการตัดสินเรียนต่อในสถานศึกษาจิตวิทยาที่ทุกคนใฝ่ฝัน

เส้นทางของนักจิตวิทยาที่ควรรู้

สำหรับการเป็นนักจิตวิทยาแม้บางคนอาจมองว่าพื้นฐานต้องมีความเข้าใจโลก เข้าใจความรู้สึกของคนอื่น เรียนรู้การให้กำลังใจให้คำแนะแนวปรึกษาที่ดีเพื่อให้เขาเหล่านั้นสามารถแก้ไขปัญหาของตนเองได้ หากมองแบบผิวเผินก็ดูเหมือนว่าการทำงานด้านจิตวิทยาเป็นสิ่งที่เข้าใจ Continue reading “เส้นทางของนักจิตวิทยาที่ควรรู้”

ทำความรู้จักมหาวิทยาลัย University of California สำหรับผู้สนใจเรียนวิชาจิตวิทยา

จิตวิทยาเป็นหลักสูตรการเรียนที่ถือว่ามีความน่าสนใจอยู่ในตนเองไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยความที่หลักพื้นฐานเกี่ยวกับการเรียนการสอนในด้านนี้จะมุ่งเน้นไปถึงเรื่องของการทำความเข้าใจด้านความรู้สึกของตัวบุคคลทำให้การเรียนด้านจิตวิทยาจึงจำเป็นต้องอาศัยในเรื่องของประสบการณ์ Continue reading “ทำความรู้จักมหาวิทยาลัย University of California สำหรับผู้สนใจเรียนวิชาจิตวิทยา”

ข้อดีของการเรียนจิตวิทยาในต่างประเทศ

สำหรับมหาวิทยาลัยในประเทศไทยหลายๆ แห่งก็มีการเปิดการเรียนการสอนในหลักสูตรจิตวิทยาอยู่หลายที่ ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยเองก็มีระบบการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ มีความน่าเชื่อถือ เรียกได้ว่าหากเรียนจบมาก็สามารถประกอบอาชีพหรือทำในสิ่ง Continue reading “ข้อดีของการเรียนจิตวิทยาในต่างประเทศ”

University of Michigan มหาวิทยาลัยสำหรับคนที่สนใจเรียนวิชาจิตวิทยา

การเลือกเรียนด้านจิตวิทยาความน่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือการที่นักศึกษาทุกคนจะได้มีโอกาสเรียนรู้ถึงด้านความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่น การได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับอารมณ์ของคนอื่นๆ ที่นอกจากตัวเราเอง ด้วยเหตุนี้การเลือกเรียนจิตวิทยาจึงเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นอยู่เสมอ ผู้ที่จะเลือก Continue reading “University of Michigan มหาวิทยาลัยสำหรับคนที่สนใจเรียนวิชาจิตวิทยา”